ตาดร้อยรู
place

ตาดร้อยรู

ตาดร้อยรู ตาดร้อยรูตั้งอยู่ที่บ้านตาด ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นน้ำตกแก่งหินที่มีรูตามก้อนหินเป็นจำนวนมากตามชื่อ ถ้ามาเที่ยวถูกช่วงจังหวะเวลาที่มีปริมาณน้ำพอเหมาะพอดี เช่น ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี จะเห็นปริมาณน้ำที่ไหลเข้ารูปหินหนึ่งไปออกทางรูหินอีกก้อนหนึ่งอย่างสวยงามแปลกตา

Read More
อ่างเก็บน้ำช่อระกา
place

อ่างเก็บน้ำช่อระกา

อ่างเก็บน้ำช่อระกา เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของจังหวัด อยู่ที่บ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง ฯ เป็นแหล่งน้ำที่ส่งผลต่อการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่อยู่ใกล้ตัวจังหวัดที่สุด เป็นแหล่งน้ำที่นอกเหนือจากการเกษตร การประมงแล้ว ยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้ที่ผ่านไปมาด้วยบรรยากาศที่โล่งกว้าง มีสันอ่างที่สามารถเข้าไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้ทุกเย็น ทำให้มีผู้มาเที่ยวพักผ่อนกันเสมอ ในแต่ละช่วงเดือนแต่ละปีจะมีสภาพแวดล้อมสวยงามแตกต่างกันไปตามปริมาณน้ำในจุในอ่าง

Read More
อ่างเก็บน้ำชลประทานบ้านเขว้า
place

อ่างเก็บน้ำชลประทานบ้านเขว้า

อ่างเก็บน้ำชลประทานบ้านเขว้า หรือเรียกอีกชื่อว่าอ่างเก็บน้ำบาซ่าน หรือชลประทานบ้านห้วย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านห้วย-หนองจันทิ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ดูแลรับผิดชอบโดยสำนักชลประทานที่ 6 ดูแลรับผิดชอบการจัดสรรน้ำสำหรับการเกษตรในพื้นที่โดยรอบจำนวน 300 ไร่ ปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงขุดลอกให้อ่างเก็บน้ำมีความจุเพิ่มขึ้น และปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้สะอาดร่มรื่น ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ละให้ชาวบ้านจับสัตว์น้ำเพื่อดำรงชีพได้อีกด้วย

Read More
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง)
place

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง)

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ตั้งอยู่บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 975,000 ไร่ (1,560 กม) ในเขตพื้นที่อำเภอคอนสาร อ.ภูเขียว อ.เกษตรสมบูรณ์ และ อ.หนองบัวแดง เป็นที่ราบบนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศ และเป็นผืนป่าแห่งเดียวของภาคอีสานเป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังเหลือให้สัตว์ป่าได้อาศัยตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จัดตั้งมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ป่าไม้จังหวัดชัยภูมิได้เสนอกรมป่าไม้ให้จัดตั้ง ป่าภูเขียวเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ เนื่องจากป่าภูเขียวซึ่งเป็นป่าโครงการไม้กระยาเลยภูเขียวมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2498 ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญและมีสัตว์ป่าชุกชุมมาก อีกทั้งมีชาวบ้านเข้าไปยิงกระซู่ได้ 2 ตัวในปี พ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2513 ฝ่ายจัดการสัตว์ป่า กองบำรุง กรมป่าไม้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจสภาพป่า สัตว์ป่า และความเหมาะสมต่าง ๆ พบว่ายังมีร่องรอยของกระซู่และสัตว์ป่าอีกหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เสือ กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่าง ๆ สภาพป่ายังบริสุทธิ์และอยู่ในขั้นเตรียมการทำไม้ แต่มีราษฎรเข้าไปจับจองบุกรุกแผ้วถางป่าหลายแห่งในบริเวณทุ่งกะมัง ศาลาพรม หนองไรไก่ ภูดิน ปางม่วง และซำเตย และเตรียมที่จะบุกรุกเพิ่มมากขึ้น ในขณะนั้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายังไม่เป็นที่รู้จักและมีเพียงแห่งเดียวคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี จึงทำการดำเนินการประกาศป่าภูเขียวให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นไปด้วยความลำบาก จนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าจนบรรลุผลสำเร็จโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 154 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2515 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 89 ตอนที่ 82 วันที่ 26 พฤษภาคม 2515 ให้ป่าภูเขียวเนื้อที่…

Read More
เขื่อนจุฬาภรณ์
place

เขื่อนจุฬาภรณ์

เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนจุฬาภรณ์ หรือ เขื่อนน้ำพรม ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย ลักษณะเขื่อนเป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนเป็นดินเหนียว สันเขื่อนยาว 700 เมตร ความสูงจากฐานราก 70 เมตร เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า การชลประทาน และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ภายในบริเวณมีบ้านพักรับรองและเรือเช่าล่องชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำ ลักษณะเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นเขื่อนประเภทหินถม แกนกลางเป็นดินเหนียว บดอัดทับด้วยกรวดและหิน มีความยาวตามสันเขื่อน ๗๐๐ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๘ เมตร ฐานกว้าง ๒๕๐ เมตร ความสูงจากฐานราก ๗๐ เมตร ความจุของอ่างเก็บน้ำ ๑๘๘ ล้านลูกบาศก์เมตร โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ตรงเชิงเขาใกล้กับลำน้ำสุ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของตัวเขื่อน แล้วชักน้ำหน้าเขื่อนจากฝั่งซ้าย ของลำน้ำ โดยผ่านอุโมงค์ ซึ่งเจาะทะลุภูเขาไปหมุนเครื่องกังหันน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาอีกด้านหนึ่ง ภายในโรงไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด ๒๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ จำนวน ๒ ชุด ลานไกไฟฟ้า ตั้งอยู่บริเวณข้างอาคารโรงไฟฟ้า ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับระบบสายส่ง ไฟฟ้า ขนาด ๑๑๕ กิโลวัตต์ จากเขื่อนไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง ชุมแพ-ขอนแก่น ๑ ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร โครงการน้ำพรมได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๑๓ แล้วเสร็จ สามารถจ่าย ไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี…

Read More
ผาหัวนาค
place

ผาหัวนาค

จุดชมวิวผาหัวนาค “จุดชมวิวผาหัวนาค” มอหินขาว จ.ชัยภูมิ ผาหัวนาค เป็นจุดสูงสุดของมอหินขาว ที่นี่เป็นลานหินขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยชะง่อนผาตลอดแนวสันเขา มีต้นไม้ขึ้นแซมๆ บริเวณรอยแยกของแผ่นหินเป็นระยะๆ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1500 เมตร มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ ที่บางคนเรียกว่า “ผากล้วยไม้” เพราะลานหินแห่งนี้เป็นหน้าผาที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้ และดอกไม้ป่าขึ้นอยู่มากมายอาทิเอื้องหมายนา เอ้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน โดยในช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่าง ก.ย.-ต.ค. กล้วยไม้ที่นี่จะออกดอกบานสะพรั่งให้สีสันสดใสอยู่ดาษดื่น ผาหัวนาคเป็นส่วนหนึ่งของ มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จุดชมวิวที่สวยงาม ทั้งสูงและเสียว ชมทิวทัศน์ในความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 905 เมตร เป็นหน้าผาหินที่ยื่นออกไปเล็กน้อย พอให้ถ่ายรูปเล่นได้ ผาหัวนาคเป็นส่วนหนึ่งของมอหินขาว ใช้เส้นทางเดินทางเดียวกันกับมอหินขาวซึ่งเป็นทางราดยางตลอด ในฤดูฝนจะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง และมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกในยามเช้า ผาหัวนาคอยู่ห่างจากมอหินขาวกลุ่มหินโขลงช้างประมาณ 4 กิโลเมตร สามารถมองเห็นวิวของเมืองที่ด้านล่างได้ ฝั่งตรงข้ามของผาหัวนาคคือเทือกเขาพังเหย บนเทือกเขาที่เป็นที่ตั้งของมอหินขาวมียอดเขาเป็นพื้นที่ลาดเอียง ฝั่งผาหัวนาคอยู่สูงกว่ามอหินขาวมาก จึงมองย้อนลงไปเส้นทางที่เรามาได้ชัดเจน จากมอหินขาวมาที่ผาหัวนาค รถใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที จึงเหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่คนมาเที่ยวจะได้ชมวิวทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในที่เดียวกัน

Read More
มอหินขาว
place

มอหินขาว

ดูดาวตกที่มอหินขาว “มอหินขาว” เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ต.ท่าหินโงม อ.เมือง เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่กลางทุ่งหญ้าบนเนินเขา มองเห็นได้เด่นชัดในระยะไกล ลักษณะคล้ายสโตนเฮนจ์ ของประเทศอังกฤษ มีอายุระหว่าง 175-197 ล้านปี เกิดจากการสะสมตะกอนทรายแป้งและดินเหนียวจากทางน้ำต่อมาสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง การตกตะกอนเปลี่ยนเป็นทราย ในสภาวะอากาศแบบแห้งแล้งกึ่งร้อนชื้นทับถมลงบนตะกอนทรายแป้งและดินเหนียวที่เกิดก่อนจึงแข็งตัวกลายเป็นหิน หลังจาก 65 ล้านปีที่ผ่านมา เกิดการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกจากแรงบีบด้านข้างทำให้มีการคดโค้ง แตกหัก ผุพังและการกัดเซาะทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ก่อให้เกิดลักษณะของเสาหินและแท่งหินอย่างที่เห็นในปัจจุบันซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งจะมีกลุ่มหินทรายขาวที่เกิดจากการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเป็นหิน ซึ่งหินยักษ์ที่ตั้งอยู่นี้มีความสูงประมาณ 12 เมตร ส่วนต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาดเท่า 22 คนโอบ หากนักท่องเที่ยวมาชมยามเช้ามืดจะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นด้วยบรรยากาศที่สวยงาม แสงเช้าที่มอหินขาว หากเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวจะเหมาะแก่การขึ้นไปท่องเที่ยวมาก แต่ไม่เพียงแค่หินยักษ์ 5 ก้อนที่มอหินขาวเท่านั้น ถัดขึ้นไปบนภูอีกไม่เกิน 1 กิโลเมตร ผ่านจุดกางเต็นท์ของนักท่องเที่ยวขึ้นไปจะเป็นหินกลุ่มที่ 2 เรียกว่า หินเจดีย์และหินโขลงช้าง ต่อด้วยหินกลุ่มที่ 3 เรียกว่าหินต้นไทร ซึ่งจะเป็นหินที่มีลักษณะตามชื่อเรียกของหินที่กล่าวมา นอกจากนี้หากขับรถผ่านหินทั้ง 3 กลุ่มนี้ขึ้นไปอีก 500 เมตรจะเป็นจุดชมวิวชื่อว่าผาหัวนาค สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 905 เมตร เหมาะขึ้นไปดูพระอาทิตย์ยามเย็น เพราะสามารถมองเห็นวิวด้านล่างซึ่งเป็นเมืองชัยภูมิอย่างชัดเจน ในทุกปีช่วงที่มีอากาศหนาว จ.ชัยภูมิจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว มหัศจรรย์มอหินขาว รับลมหนาวที่ชัยภูมิ เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับอากาศหนาวยามเช้า ชมพระอาทิตย์ตกดินและนอนดูดาว โดยในห้วงหน้าหนาวจะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกคนคู่เกิดขึ้น หากมองจากมอหินขาวจะสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ส่วนการเดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยวผามอหินขาวจาก ตัว จ.ชัยภูมิ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ถนนสายชัยภูมิ-ตาดโตน เป็นทางลาดยางระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายก่อนถึงด่านของอุทยานแห่งชาติตาดโตน ตามถนนตาดโตน-ท่าหินโงม เป็นทางลาดยางประมาณ 12 กิโลเมตร แยกซ้ายตามถนนแจ้งเจริญ-โสกเชือก เป็นทางลูกรัง ระยะทาง 6.5 กิโลเมตรถึงบ้านวังคำแคน จากนั้นเลี้ยวขวาตรงบ้านวังคำแคน…

Read More
บึงละหาน
place

บึงละหาน

บึงละหาน บึงละหาน เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย 18,181 ไร่ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และยังมีระบบนิเวศที่ดี บึงละหานได้รับเลือกให้เข้าอยู่ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติของไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 เรื่อง ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย และมาตรการการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ (Ramsar Site) ต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีของอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในการเป็นถิ่นที่อยู่ของนกน้ำ (The Convention on Wetlands of International Importance, especially as Waterfowl Habitat.) และเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 มีมติคณะรัฐมนตรี การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 บึงละหานจึงยังไม่ได้อยู่ในทะเบียนรายชื่อของสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่เพื่อเป็นการอนุรักษ์แหล่งเพาะพันธ์และอนุบาลสัตว์น้ำจึงมีการกำหนดจุดอนุรักษ์จำนวน 2 จุด คือบริเวณศาลเจ้าพ่อหาญคำและบริเวณวิจัยประมงน้ำจืดจังหวัดชัยภูมิ และขอความร่วมมือชาวประมงไม่ให้จับสัตว์น้ำในบริเวณจุดอนุรักษ์ดังกล่าว บึงละหาน ครอบคลุมพื่นที่ 4 ตำบลในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน ตำบลลุ่มลำชี โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ 29.09 ตารางกิโลเมตร (18,181 ไร่) สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 190 เมตร ลักษณะภูมิประเทศ บึงละหานมีลักษณะเป็นที่ลุ่มคล้ายแอ่งกระทะเอียงไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นที่ทิศตะวันตกมีพื้นที่มากกว่าด้านอื่น สภาพเดิม เป็นหนองน้ำหลายแห่งที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ในฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลเข้ามาจากลำห้วยต่างๆเช่น ห้วยลำคันฉู ห้วยหลัว ห้วยยาง ห้วยตาแก้ว เป็นต้น ทำให้ปริมาณน้ำในหนองเออเข้าหากันรวมเป็นหนองขนาดใหญ่ เรียกว่า บึงละหาน ภายในบริเวณบึงมีเกาะที่เกิดจากน้ำท่วมไม่ถึงซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโนน…

Read More
ทุ่งดอกดาวเรือง
place

ทุ่งดอกดาวเรือง

ทุ่งดอกดาวเรือง อ.ภักดีชุมพล ในพื้นที่ของตำบลแหลมทอง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ บริเวณก่อนถึงพุทธอุทยานหินเหิบซับภูทอง จ.ชัยภูมิ มีชาวบ้านที่ยังคงทำการเกษตรแบบดั้งเดิมให้พบเห็นได้มากมาย แต่ที่สะดุดตาผู้ที่สัฐญจรผ่านไปมา โดยเฉพาะผู้ที่จะไปสักการะทำบุญที่พุทธอุทยานหินเหิบซับภูทองแล้วนั้น มักจะได้เห็นการปลูกดอกดาวเรืองเป็นทุ่งใหญ่จำนวนหลายทุ่งอย่างสวยงามอลังการ โดยเฉพาะมุมในภาพ เป็นทุ่งริมทางที่สามารถเก็บภาพทุ่งดอกดาวเรืองพร้อมด้วยวัดปราสาทดินที่อยู่ด้านหลังได้ด้วย

Read More
ป่าไม้อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน
place

ป่าไม้อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน

สายธารน้ำและป่าไม้อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติตาดโตน เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 23 ของประเทศ ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นลานหินกว้างใหญ่และสวยงาม มีแนวเทือกเขาที่เป็นหินปูนและหินดินดานในแนวเทือกเขาภูแลนคา ซึ่งอุดมไปด้วยป่าเต็งรังที่เป็นต้นน้ำลำห้วย เป็นน้ำตกหลายแห่งที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเสมอ อุทยานแห่งชาติตาดโตน ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงระหว่าง 200 – 945 เมตร จากระดับ น้ำทะเลปานกลาง ดังนั้น สภาพสังคมพืชจึงแตกต่างไปตามระดับความสูง พอจำแนกได้เป็น 2 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาดโตน พบป่าชนิดนี้ขึ้นกระจัดกระจาย มีเนื้อที่ประมาณ 94.93 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ร้อยละ 43.71 ของพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ ความสูงของเรือนยอด ชั้นบนประมาณ 15 – 20 เมตร พันธุ์ไม้ที่สำคัญในชั้นนี้ ได้แก่ ยางพลวง รัง แดง ตะแบกเลือด มะกอกเกลื้อน ก่อแพะ และมะค่าแต้ ส่วนเรือนยอดในชั้นรอง มีไม้ขนาดเล็กมีความสูงประมาณ 5 – 10 เมตร พันธุ์ไม้ที่สำคัญในชั้นนี้ได้แก่ ชิงชัน ตาลเหลือง ยอเถื่อน กระท่อมหมู มะม่วงป่า ติ้วแดง และขว้าว ไม้พื้นล่างประกอบด้วย ลูกไม้ของไม้ชั้นบนเป็นส่วนใหญ่ และหญ้าเพ็กขึ้นอยู่ทั่วไป พันธุ์ไม้ชนิดอื่น เช่น กระดูกอึ่ง ลูกใต้ใบ เฟิร์น หมักหม้อ นางนวล กาวเครือ และหนอนตายหยาก เป็นต้น

Read More