การแกะเทียนพรรษาจังหวัดชัยภูมิ

การแกะเทียนพรรษาจังหวัดชัยภูมิ ในช่วงประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของทุกปี จะมีการแกะเทียนพรรษาประกวดรถเทียนกันในหลายจังหวัดในภาคอีสาน ที่มีชื่อเสียงมาก เช่น จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น ในส่วนของชัยภูมิ ก็มีการจัดให้มีการแกะเทียนพรรษาประดับรถเพื่อแห่ในขบวนแห่เทียนพรรษาระดับจังหวัดทุกๆ ปีอย่างสวยงาม แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าสองจังหวัดดังกล่าว แต่ก็มีความสวยงามมาก ในภาพจะเป็นภาพรถเทียนพรรษาของวัดบ้านหนองหลอด

ลิเกพระราชทานถวายเจ้าพ่อพระยาแล

ลิเกพระราชทานถวายเจ้าพ่อพระยาแล ทุกปีในช่วงประเพณีบุญเดือนหกของจังหวัดชัยภูมินั้น ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาแล อดีตเจ้าเมืองที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวชัยภูมิ จะมีการจ้างลิเกพระราชทาน เช่น คณะสิงห์เสงี่ยม เป็นต้น รวมถึงคณะอื่นๆ ที่ล้วนมีฝีมือในการแสดงลิเกอันสวยงามยิ่ง มาจัดแสดงถวายเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการละเล่นของไทยที่นับวันจะสูญหายไปตามกาลเวลาขึ้นทุกที ในการเข้าชมนั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และช่างภาพสามารถขอขึ้นไปถ่ายภาพช่วงการแต่งหน้าหลังเวลทีก่อนการแสดงได้ด้วย

ใบเสมาหินทรายบ้านกุดโง้ง

ใบเสมาหินทรายบ้านกุดโง้ง เสมาหินที่พบในภาคอีสานนี้ถือเป็นโบราณวัตถุที่แสดงถึงความเป็นชุมชนสมัยทวารวดี ซึ่งเป็นเวลาที่พุทธศาสนาลัทธิหินยานเผยแผ่เข้ามา โดยใบเสมาเหล่านี้ใช้ปักเพื่อกำหนดเขตในการทำพิธีกรรมของพระสงฆ์ในพุทธศาสนา ดังเช่น “ใบเสมาบ้านกุดโง้ง” หมู่บ้านเล็กๆ ในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีลักษณะคล้ายเกาะ มีลำน้ำประทาวล้อมรอบ พื้นที่ราบส่วนใหญ่ใช้ในการทำนา ในบริเวณนี้ได้มีการขุดพบเสมาหินทรายขนาดใหญ่เป็นกลุ่มๆ ปักอยู่ทั่วไปทั้งในบริเวณตัวเมืองและบริเวณเนินดินและในทุ่งนารอบๆ ตัวเมือง ซึ่งใบเสมาเหล่านี้อาจกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 เลยทีเดียว ใบเสมาเหล่านี้เป็นใบเสมาที่ทำด้วยหินทรายแดง มีขนาดค่อนข้างใหญ่ บางชิ้นมีความสูงกว่า 2 เมตร ด้านบนมีปลายแหลม มีทั้งเสมาแบบเรียบๆไม่มีลวดลาย และแบบสลักลวดลายเป็นภาพต่างๆ เช่นบางใบมีลวดลายสลักรูปดอกบัว รูปสถูป ภาพบุคคลเช่นภาพพระพุทธเจ้า ภาพพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตย บ้างก็เป็นภาพเล่าเรื่องในชาดกและคติธรรมทางพุทธศาสนา เช่น เรื่องพระเวสสันดร เรื่องมโหสถชาดก เตมียชาดก ภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนบนดอกบัว ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์เป็นต้น ปัจจุบันชาวบ้านได้นำเอาเสมาหินที่รวบรวมได้จากบริเวณต่างๆ มารวมไว้ภายในศาลาวัดและโรงเรียนบ้านกุดโง้ง รวมทั้งหมดกว่า 30 ชิ้น และอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร แต่ก็ยังมีใบเสมาหินอีกหลายสิบชิ้นที่ยังฝังอยู่ตามทุ่งนาบ้าง ตามคันดินบ้าง และเชื่อกันว่าบริเวณบ้านกุดโง้งยังมีโบราณวัตถุอีกมากมายที่ถูกฝังอยู่และยังไม่ได้รับการขุดค้น

หอพญาแล

หอพญาแล หอพญาแลเป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนแยกวัดชัยประสิทธิ์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นโครงการก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณจัดสรรจากรัฐบาลที่ได้ประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไว้ 3 ประการ คือ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม และการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดังนั้นจังหวัดชัยภูมิจึงได้จัดทำแผนพัฒนาเมืองชัยภูมิ ในระยะ 12 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556-2567 เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และขยายโอกาสการพัฒนาสู่การลงทุนในภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิ อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวชัยภูมิ หอพญาแลเป็นหอนาฬิกาขนาดสูง 16 เมตร ซึ่งออกแบบโดย อ.สมาน คลังจัตุรัส ศิลปินเอกครูช่างชาวชัยภูมิ เป็นอาจารย์ประจำแผนกช่างวาดภาพสีน้ำมันของศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ภายหลังได้รับการเปลี่ยนแปลงแบบและก่อสร้างกลายเป็นรูปแบบดังแสดงในภาพ

ตาดร้อยรู

ตาดร้อยรู ตาดร้อยรูตั้งอยู่ที่บ้านตาด ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นน้ำตกแก่งหินที่มีรูตามก้อนหินเป็นจำนวนมากตามชื่อ ถ้ามาเที่ยวถูกช่วงจังหวะเวลาที่มีปริมาณน้ำพอเหมาะพอดี เช่น ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี จะเห็นปริมาณน้ำที่ไหลเข้ารูปหินหนึ่งไปออกทางรูหินอีกก้อนหนึ่งอย่างสวยงามแปลกตา

วัดสระหงษ์

วัดสระหงษ์ วัดสระหงษ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาเสียว ห่างจากตัวเมือง 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2051 มีทางแยกเข้าทางเดียวกับไปอ่างเก็บน้ำช่อระกา บริเวณวัดเป็นลาดหินเนินเขา มีหินก้อนหนึ่งรูปร่างคล้ายหงส์ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถัดจากศาลาวัดไปด้านหลังมีสระน้ำโบราณกว้างประมาณ 10 เมตร มีน้ำตลอดปีห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปทางทิศเหนือ ประมาณ 12 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 2051ทางด้านซ้ายมือ (ทางแยกเข้าอ่างเก็บน้ำช่อระกา) เป็นสระโบราณอยู่กลางเนินเขา เตี้ย ๆ กว้างประมาณ 5 วา ห่างจากสระนี้ประมาณ 3 เมตร

สวนสัตว์สตาร์ไทเกอร์

สวนสัตว์สตาร์ไทเกอร์ สวนสัตว์ชัยภูมิ สตาร์ไทเกอร์ สวนสัตว์แห่งแรกและแห่งเดียวของชัยภูมิ ที่ลงทุนโดยคนชัยภูมิเพื่อคนชัยภูมิจะได้สัมผัสและเรียนรู้ถึงพฤติกรรมของสัตว์ป่านานาชนิด ซึ่งหาชมได้ยาก เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น. ที่ตั้งของสวนสัตว์ชัยภูมิ สตาร์ ไทเกอร์ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปแค่ 8 กิโลเมตรเท่านั้น ออกจากตัวเมืองไปทางอำเภอหนองบัวแดง วิ่งไปตามถนนสายชัยภูมิ- ตาดโตน เลี้ยวซ้ายไปทางหนองบัวแดง สัตว์ที่เป็นพระเอกของที่นี้ได้แก่ สัตว์ขาวทั้งเจ็ดชนิดที่หายากๆ อย่าง เสือโคร่งขาว สิงโตขาว นกยูงขาว แรคคูนขาว เป็ดแมนดารินขาว กระรอกขาว หงส์ขาว เป็นต้น

หนองไม้ตายวัดปราสาทดิน

หนองไม้ตายวัดปราสาทดิน หนองไม้ตายวัดปราสาทดิน เป็นบึงหนองน้ำอยู่บริเวณปากทางเข้าวัดปราสาทดิน อ.ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะเป็นหนองน้ำจืดขนาดย่อมที่มีต้นไม้ตายยืนต้นจำนวนมากอย่างสวยงาม มีทิวทัศน์ด้านหลังเป็นเทือกเขาเพชรบูรณ์สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจหรือถ่ายภาพมาก

น้ำตกแก้งใหญ่

น้ำตกแก้งใหญ่ เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตบ้านห้วยไผ่ใต้ เป็นลำน้ำชีที่ไหลผ่านมา มีพันธุ์ไม้หลายหลายชนิดและพันธุ์ปลาบน้ำจืดมากมาย เป็นบริเวณที่สวยงานเป็นแหล่งท่องเที่ยวของผู้คนในตำบลหนองแวง ลักษณะของน้ำตกจะเป็นลำธารที่ไหลผ่านหินที่ลักษณะแปลกตาจากการกัดเซาะเป็นร่องเป็นแก่งจำนวนมากอย่างสวยงาม และแปลกตาไม่เหมือนที่ใด การเดินทางออกจากหนองบัวแดง ไปทางถนนเส้น หนองบัวแดง – บ่อทอง ประมาณ 13 กิโลกเข้าบ้านหนองสำราญเลยปั้มน้ำมันให้เลี้ยวขาวไปประมาร 500เมตรจะเจอสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย ขับรถไปตามเส้นทางประมาณ 3 กิโลก็จะถึงบ้านห้วยไผ่ใต้เข้ารถเข้าไปในหมู่บ้านจะเจอสี่แยกทางไปโรงเรียนบ้านห้วยไผ่ใต้ ให้ขับรถไปตามเส้นทางผ่านหน้าโรงเรียนบ้านห้วยไผ่ใต้ไปเรื่อยๆเข้าไปในเส้นทางป่าประมาณ 1 กิโลจะเจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายขับรถไปอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงน้ำตกแก้งใหญ่

ถ้ำวัวแดง

ถ้ำวัวแดง วัดถ้ำวัวแดง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ เป็นสถานที่มีมิติเชื่อมต่อกับสายบารมีธรรมหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก นักปฏิบัติหรือผู้มีจิตศรัทธาต่อองค์หลวงปู่ใหญ่ ได้พยายามค้นหา เพื่อจะได้ไปสักระกราบไหว้บูชา ตามตำนานในอดีตวัดถ้ำวัวแดงรู้จักในชื่อ ถ้ำวัวแดงหรือถ้ำประทุน เพราะภายในถ้ำมีหลังคาเหมือนประทุนล้อเกวียน ถ้ำวัวแดงเป็นถ้ำบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมอยู่ในเทือกเขาพญาฝ่อ ค้นพบโดยพระบรมครูหลวงปู่เทพโลกอุดร ราวพุทธศักราช 2363 ถ้ำวัวแดงเป็นหนึ่งในหลายสิบถ้ำที่เหมาะสมในการปฏิบัติธรรม มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาล้อมรอบ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีภูมิประเทศสลับซับซ้อน มีทัศนียภาพที่สวยงาม ร่มรื่นไปด้วยไม้นานาพันธุ์ สงบเงียบ มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่หลายชนิดอาศัยในเทือกเขาแถบนี้ ตามตำนานในอดีตวัดถ้ำวัวแดงรู้จักในชื่อ ถ้ำวัวแดงหรือถ้ำประทุน เพราะภายในถ้ำมีหลังคาเหมือนประทุนล้อเกวียน ถ้ำวัวแดงเป็นถ้ำบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมอยู่ในเทือกเขาพญาฝ่อ ค้นพบโดยพระบรมครูหลวงปู่เทพโลกอุดร ราวพุทธศักราช 2363 ถ้ำวัวแดงเป็นหนึ่งในหลายสิบถ้ำที่เหมาะสมในการปฏิบัติธรรม มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาล้อมรอบ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีภูมิประเทศสลับซับซ้อน มีทัศนียภาพที่สวยงาม ร่มรื่นไปด้วยไม้นานาพันธุ์ สงบเงียบ มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่หลายชนิดอาศัยในเทือกเขาแถบนี้ ปี 2528 – 2546 พระอาจารย์สุชีพ อินจันเทียะได้พัฒนาก่อสร้างอาคารและกุฏิ รวมถึงศาสนสถานต่างๆ มากมาย เช่น สำนักสงฆ์ด้านล่าง สร้างศาลาสุธรรมมา กุฏิพระสงฆ์ โรงครัว ห้องน้ำ